29.6.15

อุ้ยเสี่ยวป้อ

อุ้ยเสี่ยวป้อ (หบังสือ ใช้ อุ้ยเซี่ยวป้อ เสี่ยวป้อ แปลว่า วิเศษน้อย) หรือ ชื่อจีน ว่า กวางกับหม้อต้ม (แต้จิ๋ว - เต้กเตียกี้) เป็นนิยายของ กิมย้ง ปรมาจารย์นักเขียน เรื่องสุดท้าย ในลำดับที่ 15 นิยายเรื่องนี้ ตีพิมพ์ ครั้งแรกใน ฮ่องกง ลงเป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า นาน 35 เดิอน จาก 24 ตุลาคม 2512 (1969) ถึง 23 กันยายน 2515 (1972) ถึงแม้ว่า นิยายเรื่องนี้จัดอยู๋ในหมวดเป็นนิยายกำลังภายใน แต่ก็ไม่ได้เป็นนิยายกำลังภายในตามแบบฉบับ ตั้งแต่ ตัวเอกอุ้ยเสี่ยวป้อ หรือ เหวยเซียวเป่า ไม่ได้มีศิลปะการต่อสู้ แต่ ค่อนข้างจะเป็นตัวโกง ที่ อาศัย ปัญญา และไหวพริบ ในการแก้ปัญหา นับเป็นการแหกคอกของกิมย้งออกจาก บู๊เฮี๊ยบ

ชื่อนิยาย  ทั้ง กวาง และ หม้อต้ม อุปมาหมายถึง แผ่นดินตงง้วน เอกสารทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ต่อไปนี้ "กวางของฉินที่หายไปถูกทั้งหมดล่าใต้สวรรค์" เป็นคำพูดเปรียบเปรย หมายถึง การลุกฮือของขุนศึก แก่งแย่งการขึ้นเป็นจ้าวจักรวรรดิแทนราชวงศ์ฉินที่ส่มสลาย ในช่วงราชวงศ์โจปรากฎหม้อต้มทีมีขาตั้งสามขาจำนวนเก้าชิ้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอานัติสววรค์ในการปกครองแผ่นดินจีน

กิมย้ง ให้ความเห็นไว้ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า อุ้ยเสี่ยวป้อ เป็นผลงานที่เขียนเมื่อมีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ที่มากขึ้น ตัวเอกในงานเขียนช่วงแรกของเขาแบ่งแยกขาวดำชัดเจนไม่ซับซ้อน แต่เมื่ออายุมากขึ้นได้เรียนรู้มนุษย์มากขึ้น กลับคิดว่าเบื้องหลังของวีรบุรุษก็มีด้านมืดที่ไม่อยากให้ใครรับรู้อยู่ และทำให้ออกมาเป็น อุ้ยเสี่ยวป้อ ตัวเอกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในนิยายกำลังภายใน

เหง่ยคัง วิจารณ์ว่าเรื่องนี้เป็นสุดยอดพัฒนาการทางการประพันธ์ของกิมย้ง และเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือกิมย้งว่า "ไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้"

อุ้ยเสี่ยวป้อ แปลเป็นภาษาไทย ครั้งแรก ใน ปี พ.ศ. 2515 โดย น. นพรัตน์ และ สำนักพิมพ์บันดาลสาส์น แบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรกชื่อ อุ้ยเสี่ยวป้อ เล่มบาง 38 เล่มจบ ภาคจบชื่อ จอมคะนอง ปี พ.ศ. 2516 เล่มบาง 15 เล่มจบ ต่อมาพิมพ์ไม่แยกภาค เรียก อุ้ยเสี่ยวป้อ  พิมพ์นิยมเห็นจะเป็นของสำนักพิมพ์ดอกหญ้า

ถ้าได้อ่านพิมพ์แรก จะพบว่า กิมย้ง เขียน ให้อุ้ยเสี่ยวป้อ มี วิทยายุทธ ระดับหนึ่ง ไม่เก่งนัก เพราะอุ้ยเสี่ยวป้อ ขี้เกียจ ไม่มีความมานะ ตอนหลัง กิมย้ง แก้ไข ตัดส่วนที่อุ้ยเสี่ยวป้อฝึก วิทยายุทธ ออกไปส่วนหนึ่ง

เรื่องนี้ เป็นที่นิยมของนักอ่าน เพราะ แปลกใหม่ คมคาย นางเอกมากมายนับได้ถึง 7 นาง ผ่อนคลาย ตลก ยียวน ไม่ผสมด้วยเรื่องเศร้ามากเหมือนเรื่องอื่นๆ

นิยาย เรื่องนี้ มีเรื่องราวมากมาย พิลึกพิลั่น ควรอ่าน เพ็กฮ้วยเกี่ยม ก่อน จะได้ รสชาติเพิ่มมา แบบได้เจอคนที่รู้จักมักคุ้นอีกครั้ง พอหายคิดถึง และจะได้ทราบที่มาของ แม่ชีเกาลั้ง ฮ่อทิซิ่ว และ ซือเฮีย จอมหมัดไร้เทียมทาน ซือเนี้ย ของ อ้วงเซ่งจี่ กับบุตรขี้โรคเอาแต่ใจตนเอง รวมทั้ง จูง่วนเจียง อ่าน แต่ละครั้ง มีความประทับใจไม่เหมือนเดิม เรื่องนี้ กิมย้ง เขียน เล่าเรื่อง แบบ ไฟเวทีจับที่ตัวเอก อุ้ย คนเดียวตลอดเรื่อง เหมือนกับนิยายกำลังภายในอันดาษดื่น ที่บรรยายถึงตัวเอกไปตลอดทางจนจบเรื่อง ไม่ตัดหรือสลับไปตัวละครอื่นเลย

เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ กิมย้งให้มี โฉมสคราญ ระดับ หยาดฟ้ามาสู่ดิน คือ ตั้งอี่อี้ (เฉินหยวนหยวน) กับบุตรี อาคอ (อาเคอ) ส่วนอีกเรื่องที่มีคนสวยระดับ หยาดฟ้ามาสู่ดิน คือ จอมใจจอมยุทธ อาคอ เป็นผู้หญิง ที่ ท่านเจ้าพระยาอุ้ย เจอเข้าถึงกับ เพ้อ สาบานว่า ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร จะต้องเอามาเป็นเมียให้ได้

เมียทั้งเจ็ด ของท่านเจ้าพระยาอุ้ย (ยศสุงสุดของขุนนางจีน รองจากฮ่องเต้ ตรงกับ เจ้าพระยา) กลายเป็นจุดขาย ของ หนัง ไม่ว่า เวอร์ชันไหน เป็นคุยของนครไปแล้ว เมียที่ชื่นชอบมากที่สุดเห็นจะเป็น ซังยี้ (ซวงเอ๋อ)จอมบุทธสาว ที่จงรักภักดี รับใช้ อุ้ยเสี่ยวป้อ อย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง ซังยี้เป็นหนึ่งในสี่วิเศษ ของ อุ้ยเสี่ยวป้อ อันได้แก่ มีดสั้นดำวิเศษ เสื้อเกราะวิเศษ ท่าเทพเดินหนร้อยแปลง และ ซังยี้ ที่คุ้มครอง อุ้ยเสี่ยวป้อ

ดูหนังสั้น กวางกับหม้อต้ม ฉบับเพี้ยน



ของจริง เวอร์ชั่นล่าสุดครับ

28.6.15

กระบี่นางพญา

กระบี่นางพญา หรือ นักกระบี่หญิงแคว้นอ้วก (Sword of the Yue Maiden) เป็น เนิยายขนาดสั้น โดย กิมย้ง ตีพิมพ์ครั้งแรก ในปี 2513 (1970) หนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ฉบับตอนเย็น ของฮ่องกง เรื่องสั้น นี้ เป็นเรื่องสุดท้ายของ เขียนทีหลังอุ้ยเสี่ยวป้อ แต่เมื่อกิมย้งเขียนเรื่องนี้จบ   อุ้ยเสี่ยวป้อยังไม่จบ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตั้งอยู่ใน ยุคชุนชิว ประมาณก่อนพุทธศักราช 228 - พ.ศ. 67 เป็นยุคที่นักปราชญ์บัณฑิตแต่ละสาขาได้ถือกำเนิดและมีชีวิตอยู่ ได้แก่ ขงจื๊อ เล่าจื๊อ เม่งจื๊อ ม่อจื๊อ ซุนวู เป็นต้น



เรื่องนี้ดำเนินบนความขัดแย้ง ระหว่าง แคว้นอ้วก (รัฐเยว่) และ แคว้นโง้ว (รัฐอู๋) ในภาคใต้ของ ประเทศจีน  แคว้นโง้วส่งมือดาบมาท้าทายแคว้นอ้วก   ฮ่วมลี่ (ฟ่านหลี) กุนซือแคว้นอ้วกค้นพบ อาแช (Qing) มือกระบี่สาวโดยบังเอิญ ฮ่วมลี่คือคนที่ส่งไซซีคนรักของตนเองไปมอมเมาเจ้าแคว้นโง้ว อาแชสอนเพลงกระบี่แก่นักรบ แคว้นอ้วก (เย่ว์)   ในที่สุด แคว้นอ้วก เอาชนะ แคว้นโง้ว (อู๋) ได้ง่ายดาย

ได้ยินมาว่า ชาวอ้วก คือ บรรพบุรุษเผ่าไท

เพราะ อาแชได้ยิน ฮ่วมลี่ รำพัน ถึงคนรัก ไซซี (Xi Shi 西施;)

“ดวงตานางยังเรืองรองกว่า ใสกระจ่างกว่าสายธาร... ผิวพรรณของนางยังนวลเนียนกว่า อ่อนนุ่มกว่าเมฆขาวบนท้องฟ้า... ริมฝีปากของนางยังอ่อนช้อยกว่า สดใสกว่ากลีบของดอกไม้แดง... สุกปลั่งกว่าเกร็ดน้ำค้าง... มือที่คล้ายหิมะขาวของนางพอยื่นลงในลำน้ำเซียงกังแทบจะหลอมละลายไปในสายน้ำ...”

ต่อมา แคว้นอ้วกกรีฑาทัพเข้าบดขยี้แคว้นโง้วได้สำเร็จ ฮ่วมลี่นำทหารเกราะหนึ่งพัน และมือกระบี่ฝีมือดีอีกหนึ่งพันนายเข้าไปรับไซซีคนรัก และ อาแช ลอบเดินทางไปสังหารไไซซีศัตรูหัวใจของนาง อาแชในชุดเขียว กวัดแกว่งไม้ไผ่ฟันฝ่าวงล้อมของทหารเกราะเข้ามาข้างใน เสียงอาวุธร่วงหล่นกรูกราว ทหารสองพันนายถูกแหวกออกเป็นทาง

แต่ปลายกระบี่นี้เพียงจดจ่อนิ่งอยู่ อาแชพิศดูรูปโฉมของไซซี ความอำมหิตพลันเลือนหาย กลายเป็นความผิดหวังท้อแท้ แล้วเปลี่ยนเป็นความเทิดทูนยกย่อง

“ในแผ่นดินกลับมีหญิงงามเช่นนี้ ฮ่วมลี่... นางยังงดงามกว่าที่ท่านบอกบรรยายอีก”

แปลเป็นภาษาไทย ครั้งแรก ใน ปี พ.ศ. 2510 โดย น. นพรัตน์ และ สำนักพิมพ์ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2537 ทิ้งช่วงห่างมากกับที่พิมพ์ในฮ่องกง สำนักพิมพ์ดอกหญ้า พิมพ์รวมกับเรื่องขนาดสั้นอีกสองเรือง นางพญาม้าขาว กับ ดาบนกเป็ดน้ำ

ดูหนังเรื่องนี้ ทาง ยูทูป

https://www.youtube.com/watch?v=b1MC7tQAfNI 

หาหนังสือมาอ่านก่อนดูหนังครับ เพราะ ไม่พากษ์ไทย หนังสร้างค่อนข้างตรงตามบทประพันธ์

27.6.15

กระบี่เย้ยยุทธจักร

กระบี่เย้ยยุทธจักร ผลงานของกิมย้งลำดับที่ 13 ตีพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ในฮ่องกง ตั้งแต่ 20 เมษายน 2510 (1967) ถึง 12 ตุลาคม 2512 (1969)

ชื่ิอจีนของ นวนิยาย เฉี่ยเหงากังโอ๊ว หรือ เซี่ยวเอ้าเจียงหู หรือ ยิ้มเย้ยยุทธจักร

แปลเป็นภาษาไทย ครั้งแรก ใน ปี พ.ศ. 2510 โดย น. นพรัตน์ และ สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ในชื่อ ผู้กล้าหาญคะนอง ปี พ.ศ. 2511 ไล่เลี่ยกับที่พิมพ์ในฮ่องกง พิมพ์เป็นเล่มบาง หนา 16 หน้ายก ทะลอยออกทีละเล่ม สัปดาห์ละเล่ม ไปจบ เอาในปี 2512 ด้วยจำนวน 54 เล่ม พิมพ์ครั้งที่สองเป็นต้นไปเปลี่ยนชื่อ เป็น กระบี่เย้ยยุทธจักร บางพิมพ์มีชื่อรองว่า เดชคำภีร์เทวดา ตามชื่อภาพยนตร์

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่ชื่นชอบของหลายคน เพราะลักษณะของ ตัวเอก เหล็งฮู้ชง ตามชื่อเรื่อง ชีวิตที่ไร้กังวลในโลกของการขัดแย้ง และนิยายเรื่องนี้ไม่มีเรื่องเศร้าโศกมากนัก เหมือนเรื่องอื่นๆ

25.6.15

มังกรทลายฟ้า

มังกรทลายฟ้า หรือ Ode to Gallantry ชื่อจีนว่า 俠客行 วิถีนักสู้ เป็นนิยาย กำลังภายใน โดย กิมย้ง เรื่องที่ 12 ตีพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ในฮ่องกง จาก 11 มิถุนายน 2509 (1966) ถึง 19 เมษายน 2510 (10 เดือน) ชื่อนิยาย ภาษาจีน หยิบมาจากชื่อ บทกวีของ กวี ราชวงศ์ถัง หลี่ไป๋ วิถีนักสู้

จอมยุทธ์ชุดรัดกุม  กำตาขอวาววับ
อาชาเชือกกระชับ  เร่งควบขับเร็วลับตา
สิบก้าวฆ่าหนึ่งคน  หนทางไกลไม่อ่อนล้า
เสร็จเรื่องก็จากลา  มิรู้ว่าเขาคือใคร
สามจอกให้สัจจะ  สละสิ้นแม้ชีวัน
ถ้อยคำนี้คงมั่น  เหมือนบรรพตคู่ปฐพี
ทั้งคู่สู้ยิปตา  ช่วยหานตาน(1) ต้านไพรี
ตัวตายให้โลกลือ ฝากชื่อไว้ในสากล
ดีกว่าก้มหน้าทน  จนผมขาวเฝ้าตำรา
1 เมืองหลวงของแคว้นจ้าว


แปลเป็นภาษาไทย ครั้งแรก ใน ปี พ.ศ. 2510 โดย จำลอง พิศนาคะ และ สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ในชื่อ มังกรทอง ท่านจำลองตั้งชื่อนิยายของกิมย้ง ด้วยคำว่ามังกร เหตุผล ก็คงพื้นๆ อย่างเดียวกับ หนังของเฉินหลง ชื่อภาษาไทย ต้องมีคำว่า ฟัด อยู่ไว้ก่อน ขอแนะนำให้อ่านสำนวนของ จำลอง พิศนาคะ ทั้ง ความกินใจ บทตลก ถ่ายทอดออกมาได้จริงใจ ชัดเจนกว่า

น. นพรัตน์ แปล เรื่องนี้ ให้ชื่อภาษาไทยว่า เทพบุตรทลายฟ้า และ ตีพิมพ์ ในปี พ.ศ. 2521 โดยสำนักพิมพ์บรรณกิจ พิมพ์ครั้งที่สองเป็นต้นไปเปลี่ยนชื่อ เป็น มังกรทลายฟ้า พิมพ์ที่นักสะสมชอบ จะเป็นพิมพ์ของ ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2537

เรื่องนี้ เป็นนิยายควสมยาวขนาดกลาง มีความสนุกสนาน ปน เสียงหัวเราะ นับเป็นการผ่อนคลาย หลัง จาก ผลงาน ท่านจบ ผลงานระดับมหากาพย์ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า


24.6.15

แปดเทพอสูรมังกรฟ้า

แปดเทพอสูรมังกรฟ้า จีนแต้จิ๋วเรียก เทียนเล้งโป๊ยโป๋ว จีนกลางเขียน 天龍八部 เทียนหลงปาปู้ แปลอังกฤษว่า Demi-Gods and Semi-Devils กึ่งเทพครึ่งมาร

นิยายกำลังภายในผลงานลำดับที่ 11 ของ กิมนย้ง ตีพิมพ์ครั้งแรกพร้อมกันในหนังสือพิมพ์หมิงเป้าในฮ่องกง และเซียงโปนันยางในสิงคโปร์ นานถึง 2 ปี 9 เดือน จาก 3 กันยายน 2506 (1963) ถึง 27 พฤษภาคม 2509 (1966) นิยายเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์และโทรทัศน์ในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

ถ่ายทอดออกเป็นภาษาไทยครั้งแรก ใน ปี พ.ศ. 2520 โดย จำลอง พิศนาคะ และ สำนักพิมพ์ บันดาลสาส์น ในชื่อ มังกรหยก ภาค 5 (ทำไมเรื่องนี้ ทิ้งห่างจากฮ่องกงถีง 14 ปี) ต่อมาเปลี่ยนเป็น ภาคจบบริบูรณ์

น. นพรัตน์ ตีพิมพ์ พ.ศ. 2534 ชื่อ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ตรงตามชื่อจีน พิมพ์ที่นักสะสมชอบ จะเป็นพิมพ์ของ ดอกหญ้า ปี พ.ศ. 2537

นอกจากนี้ ยังมีสำนวนแปลของ ส. เรืองอรัญ ให้ชื่อว่า เดชพญามังกร ซึ่งหาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน

ชื่อนิยายเรื่องนี้น่าสนใจยิ่ง ตัวละครหลักเป็นตัวแทนแปดเผ่าพันธ์อมนุษย์ พวกกึ่งเทพเจ้า และพวกครึ่งปีศาจ ที่ปรากฎในศาสนาฮินดู และ พุทธจักรวาล แปดเผ่าพันธ์นั้นได้แก่ เทพ, นาค, ยักษ์, อสูร, ครุฑ, กินนร, คนธรรพ์, และ มโหราค เป็นที่รู้จักกันในหมู่คนจีนว่า เทียนหลงปาปู้ ในพุทธศาสนา พวกกึ่งเทพ และพวกครึ่งปีศาจเหล่านี้ จัดอันดับอยู่สูงกว่ามนุษย์ แต่ยังอยู่ภายใต้สังสารวัฏตามแบบของครของมัน กล่าวกันว่ากิมย้งเดิมตั้งใจให้ตัวละครสำคัญแต่ละตัวเป็นตัวแทนของอมนุษย์เหล่านี้ แต่ในขณะที่กิมย้งเขียน นิยายดำเนินไป ความซับซ้อนของเรื่องราว ทำให้อภิมหานิยายที่วางไว้ เป็นไปไม่ได้ดังแผน กระนั้นชื่อเรื่อง ยังเป็น แปดเทพอสูรมังกรฟ้า กระนั้น นิยายเรื่องนี้ ยังซับซ้อน ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ดั่ง มหาดุริยางค์ ซิมโฟนี

กระบี่ใจพิสุทธิ์

มฤตยูลับ


กระบี่ใจพิสุทธิ์ 連城訣: 连城诀 A Deadly Secret AKA Requiem of Ling Sing, Secret of the Linked Cities, ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำสัปดาห์ และ หนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ของฮ่องกง ในปี 2506 (1963) ชื่อ เดิม คือ ซูซิมเกี่ยม (ซู ซิน เจี้ยน)

แปลเป็นไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2510 โดย จำลอง พิศนาคะ สำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ ใช้ชื่อว่า มังกรแก้ว พิมพ์ครั้งที่สอง ในปี 2544 โดย สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์ มีผู้ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้สำนวนของจำลอง พิศนาคะ อ่านให้อารมณ์กินใจได้มากกว่า น. นพรัตน์

ส่วนฉบับของ น. นพรัตน์ ให้ชื่อ หลั่งเลือดมังกร สำนักพิมพ์ สยามสปอร์ตพับลิชชิ่ง พิมพ์ครั้งแรกใน ปี 25 พิมพ์ครั้งที่สอง โดย สำนักพิมพ์ ดอกหญ้า เปลี่ยนชื่อเป็น กระบี่ใจพิสุทธิ์ในปี พ.ศ. 2536 พิมพ์ครั้งที่สาม โดย สำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์คอมิกส์ ในปี พ.ศ. 2544




เรื่องนี้ เปิดโปงด้านร้ายของจิตใจมนุษย์ ได้อย่างหมดจด อาจารย์งำวิชา สอนศิษย์ ผิดๆ (ไม่ต้องมี ถูกๆ) ศิษย์รวมหัวกันฆ่าอาจารย์ เพื่อคัมภีร์ ศิษย์พี่ศิษย์น้องทำร้ายกันเพราะคัมภีร์ ใส่ร้ายอีกคนเพื่อแย่งชิงผู้หญิง ชาวยุทธฆ่ากันเพื่อคัมภีร์ บิดาทำร้ายสังหารบุตรเพราะคัมภีร์ อ่า ... ชั่วร้ายพอไหม ที่บนปกเขียนไว้ว่า คนดีงามประเสิรฐเลิศล้ำ คนชั่วต่ำช้าสุดสามานย์...

ตัวเอก ชื่อ เต็กฮุ้น เป็นคนซื่อ มองคนแง่ดี ซือม่วยมันชื่อเช็กฮวง ตั้งฉายาให้มันว่า คงซิมใช่ แปลว่า ผักบุ้ง หมายถึง คนไม่มีข้างใน ไม่มีอะไรซ่อนงำข้างใน ไม่คิดร้ายกับใค เป็นคนโง่งมของยุทธจักรที่เต๊มไปด้วยการแก่งแย่งให้ร้าย เหมือนผักบุ้งที่ข้างในกลวง

คัมภีร์นั้นชื่อ เทียมนคร หมายถึง มีค่าสูงยิ่ง ใครได้ไปฝึกจะไร้ผู้ต่อต้าน


A Deadly Secret ปี 2003 ไม่พากษ์ https://www.youtube.com/watch?v=3uJck0V89tQ&list=PLfXYJG_bPQJUAuGGwX_2GUV57jZDHdfq8

และมีอีก เวอร์ชัน ที่ชื่อเรื่องดันตั้งเป็นไทยว่า จอมยุทธกระบี่เมา คนตั้งชื่อโดนด่าไม่รู้ใช้ตาตุ่มคิดหรือไง ก้อสมควรถูกด่าจริงๆ

20.6.15

มังกรหยก 3

ดาบมังกรหยก หรือ กระบี่สวรรค์ดาบมังกร


มังกรหยก 3 เป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคมังหรหยก หรือไตรภาคอินทรี   ตีพิมพ์ครั้งแรกโดยลงเป็นตอนๆ  ใน ในหนังสือพิมพ์หมิงเป้า ของฮ่องกง ตั้งแต่ 6 กรกฎาคม 2504 ถึง 2 กันยายน 2506 (1963) ยาวนานถึง 36 เดือน

กิมย้งปรับปรุง มังกรหยก 3 ในปี 2522 (1979) มีทั้งแก้ไขและเพิ่มเติม กิมย้งแก้ไขครั้งที่สองและตีพิมพ์ในช่วงต้นปี 2548 (2005) ทั้งเปลี่ยนเพิ่มเติมและเปลียนตอนจบใหม่ เปลี่ยนพล็อตและไขข้อกังขาถึงที่มาของคํมภีร์เก้าเอี๊ยง เหมือนเรื่องอื่น ๆ ของกิมย้งที่มีองค์ประกอบของประวัติศาสตร์จีนในเรื่อง รวมถึงการกล่าวถึงบุคคล องค์กรสำคํญๆ ในประวัติศาสตร์ การสู้รบระหว่างฮั่นกับมองโกลยังเป็นจุดเด่นสำคัญในเรื่อง


เรื่องนี้ แปลเป็นไทยครั้งแรกโดย จำลอง พิศนาคะ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ (ศิริอักษร) เมื่อปี พ.ศ. 2502 มีจำนวน 64 เล่มจบ โดยแบ่งเป็นสองภาค ภาค 3 กับ ภาค 4

จำลอง พิศนาคะ เขียน มังกรหยกภาคแรก เล่ม 1-32 และ ต่อ ด้วย มังกรหยก ภาค 2 เป็นเล่ม 33-73 และ มังกรหยก ภาค 3 เล่ม 74-111 มังกรหยก ภาค 4 เล่ม 112-139 มังกรหยก ทั้ง 4 ภาค นับเป็นเรื่องยอดนิยมอันดับหนึ่งในสมัยนั้น อ่านได้ทุกระดับ จึงมีการพิมพ์ นับเป็นสิบๆ ครั้ง ต่อมาพิมพ์รวม เข้าด้วยกัน เรียก ดาบมังกรหยก ในปี 25xx ถ้าต้องอ่านมังกรหยกไตรภาคแบบซิงๆ ไม่ผ่านการปรัยปรุงแก้ไข ก็ มังกรหยก ฉบับ จำลอง พิศนาคะ  พิมพ์รุ่นแรกๆ เรียก ลูกมังกรหยก

ว. ณ เมืองลุง ไม่ได้แปลเรื่องนี้ เลยเสียดายที่ไตรภาค เป็นได้แค่ ทวิภาค นอกจากนี้ คนบ้านเพ แปล จอมยุทธมังกรหยก ภาคสมบูรณ์ ศึกชิงเจ้ายุทธจักร ตลอดจน ดาบมังกรหยก ของ น. นพรัตน์ (2537)

มังกรหยก 3   เริ่มเรื่องที่ก๊วยเซียง ลูกสาวคนเล็กของก๊วยเจ๋ง ออกเดินทาง ตามหาเอี้ยก้วย เดินทางไปจนถึง เสียวลิ้มยี่ ได้พบกับเตียกุนป้อ ชึ่งต่อมา เตียกุนป้อได้ตั้งสำนัก บู๊ตีง (Wudang) ฉายา เตียซำฮง ส่วน ก๊วยเซียงได้ตั้งสำนัก ง่อไบ๊ (Emei) ทั้งสอง ได้ฟัง คัมภีร์เก้าเอี้ยง

เรื่องนี้มี คำกล่าว จั่วไว้ตอนต้นเรื่องว่า

“เทิดทูนอยู่เหนือยุทธจักร ดาบวิเศษพิฆาตมังกร ประกาศิตทั้งใต้หล้า ใครกล้าไม่ยอมสยบ แม้นอิงฟ้าไม่อุบัติ ผู้ใดหาญกล้าต่อกร”

"Honoured by the wulin, the precious Saber slays the Dragon. It commands the world. Who dares to disobey? If the Heaven Reliant does not appear, who can challenge it?"

武林至尊,寶刀屠龍,號令天下,莫敢不從!倚天不出,誰與爭鋒?



เตียบ้อกี๋ Zhang Wuji เตียชุ่ยซัว Zhang Cuishan ฮึงซู่ซู่ Yin Susu


ได้ยินมาว่า ภาพยนต์ชุดโทรทัศน์ชุดนี้ นางเอกสี่คนนี้สวยสุดแล้ว
จิวจี้เยียก Zhou Zhiruo รับบทโดย เกาหยวนหยวน Gao Yuanyuan
เสี่ยวเจียว Xiaozhao รับบทโดย เฉินซิ่วลี่
Florence Tan
เตี่ยเมี่ยง Zhao Min รับบทโดย เจี่ยจิ้งเหวิน Alyssa Chia
ฮึงลี้ Yin Li รับบทโดย   เฉินจื่อหาน









Zhu Yuanzhang

https://www.youtube.com/watch?v=E9lshH61rhU

19.6.15

ดาบนกเป็ดน้ำ

อวงเอียตอ

นิยายขนาดสั้น (novella) ของกิมย้ง ตีพิมพ์ครั้งแรก ในปี 2504 (1961) ในหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ของ ฮ่องกง 

ดาบอวงเอียเรื่องนี้ในภาคภาษาไทย แปลโดย น. นพรัตน์ พิมพ์แทรกต่อท้ายเรื่อง มังกรทลายฟ้า ฉบับ สำนักพิมพ์สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี 2532 อยู่ที่ตอนท้ายของเล่ม 4 และพิมพ์ครั้งที่ 2 นำมาพิมพ์รวมกับ กระบี่นางพญา เทพธิดาม้าขาว    โดย สำนักพิมพ์ดอกหญ้า เมือ  ปี   2537

เรื่องดาบนกเป็ดน้ำเกิดขึ้น ในสมัยราชวงศ์ชิง สำนักคุ้มกันภัย ดาบนกเป็ดน้ำสองด้ามที่เป็นคู่กัน มีค่าล้ำ ไปยัง นครต้องห้าม ระหว่างการเดินทางมีกลุ่มโจรเข้ามาแย่งชิง เนื่องจากมีข่าวล่ำลือว่า ดาบคู่นี้มีความลับวิชาไร้เทียมทานซ่อนอยู่ เรื่องนี้กิมย้งเขียนในแนวล้อเลียน ขบขัน ล้อเลียนความไร้สาระของผู้คน ที่ค้นหา แย่งชิงความลับยิ่งใหญ่ ที่จะส่งให้ผู้นั้นเลิศเลอไร้เทียมทาน ความลับนั้นคืออะไร เหตุใดพฤติกรรมเหล่านั้นจึงไร้สาระถึงเพียงนี้

ตัวละครที่เป็นตัวตลก ปรากฎตอนต้นเรื่อง สี่ คน  ชักนำไปสู่เรื่องราว ที่พลิกผัน ไปกระทั่งได้ข้อสรุปที่ตอนจบ 

ดูหนัง  เรื่องนี้ ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=WYmmz4LUuqs  พากษ์จีนกวางตุ้ง ซับอังกฤษ สร้างในปี 2504 และสร้างเป็นภาพยนต์อีกครั้งในปี 2524 กำกับโดย เหง่ยคัง  ยังมีโอกาสได้ดูหนังเก่า ปี 2504 ภาพชัด สียังสดใส แต่ไม่มีพากษ์ไทย

นางพญาม้าขาว

เสียงร้องของม้าขาวในสายลมตะวันตก


เทพธิดาม้าขาว นิยายขนาดสั้น (novella) ของกิมย้ง เขียนถึง ความเกลียดชัง ระหว่าง ชาวคาซัค และ ชาวฮั่น ตีพิมพ์ครั้งแรก ในปี 2504 (1961) ในหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ของ ฮ่องกง นับเป็นเรื่องเดียวที่ กิมย้ง เขียนให้ ผู้หญิง เป็น ตัวเอก


แปลไทยครั้งแรกโดย จำลอง พิศนาคะ ชื่อ นางพญาม้าขาว พิมพ์โดย เพลินจิตต์ ในปี 2510 ออกมาเป็นเล่มบางๆ ได้ตั้ง 5 เล่ม และพิมพ์ครั้งสอง ปี 2545 มี 1 เล่มจบ

น. นพรัตน์ นำมาแปลและให้ชื่อ เทพธิดาม้าขาว และตีพิมพ์ ในปี พ.ศ. 2533 และพิมพ์ครั้งที่สองรวมกับนินายขนาดสั้นอีกสองเรื่อง ให้ชื่อเล่มว่ากระบี่นางพญา  ในปี พ.ศ. 2537  จริงๆ แล้ว ตัวเอกในเรื่อง ไม่ถึงขั้น นางพญา หรือ เทพธิดา แค่สวยธรรมดา และ ฝีมือไม่สูงเยี่ยมกระไร ชื่อภาษาจีนฟังดูดีกว่า โรแมนติก เสียงร้องของม้าขาวในสายลมตะวันตก



แนะนำสำนวนของจำลอง พิศนาคะ
อ่านสนุก สั้นกระชับ แต่ทิ้งความเวิ้งว้างอ้อยสร้อยไว้ในใจ เป็นเรื่องเดียว ที่ชอบเวอร์ชั่นของท่านจำลองมากกว่าท่าน น. โดยเฉพาะวรรคสุดท้ายตอนจบนี่ แปลได้อารมณ์ต่างกันมากๆ -- tootoo

18.6.15

จิ้งจอกอหังการ์

จิ้งจอกเหินหนุ่ม


จิ้งจอกอหังการ์ หรือ จิ้งจอกเหินหนุ่ม เป็นนิยายกำลังภายในโดย กิมย้ง ในลำดับที่ 6 ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นตอนๆ ใน นิตยสารชื่อ ยุทธวีร์ และประวัติศาสตร์ (武俠與歷史) ในฮ่องกงในปี 2503 นวนิยายเรื่องนี้เป็นปฐมของ จิ้งจอกภูเขาหิมะ ที่เขียนขึ้น 1 ปี ก่อนหน้า

นิยายเรื่องนี้ ปรากฎเป็นภาษาไทยครั้งแรกในปี 2504 หนึ่งปีหลังจากฮ่องกง โดย สำนักพิมพ์เจริญธรรม และ แปลโดย เทียนทอง ผู้มีผลงานแปลนิยายกำลังภายใน 2 เรื่อง อีกเรื่องคือ กระบี่หัก เทียนทอง ให้ชื่อว่า จิ้งจอกเหินฟ้า และไม่มีการพิมพ์อีกเลย ต่อมาอีก 16 ปี ในปี 2522 น. นพรัตน์ ได้เวลาแปล ให้ชื่อว่า จิ้งจอกอหังการ์

เรื่องนี้ตั้ง ใน ราชวงศ์ชิง ในช่วงรัชสมัย ของ เคี่ยนหลง ถ้าได้ดูหนัง จะทราบความชั่วร้ายของฮ่องเต้องค์นี้ มากกว่าที่อ่านได้ในนิยาย เรื่องอื่นที่อยุ่ในสมัยฮ่องเต้คนนี้ คือ จอมใจจอมยุทธ์ จิ้งจอกภูเขาหิมะ กับ ดาบนกเป็ดน้ำ

ตัวเอก โอ้วฮุย หรือ หูเฟย เดินทางไปทั่ว แผ่นดิน ค้นหา และผจญภัย โอ้ว ฮุย พบเหยื่อความอยุติธรรม ต่อหน้า ตำตา เลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธแค้น (นายเธนดันนึกถึงคำพูดนี้ของ เช ที่ว่า "หากท่านรู้สึกโกรธจนตัวสั่นต่อความอยุติธรรม ท่านคือสหายของข้าพเจ้า") เขาชื่อโอ้วฮุย ฮุย แปลว่า วินิจฉัยความผิดถูก เขาต้องการฆ่า เจ้าสัวโจร เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ระหว่างการตามล่าสังหาร คนชั่ว โอ้วฮุย ได้พบเรื่องราวต่างๆ มากมาย ถ้าใครไม่ชอบปกป้องรักษายุติธรรม ย่อม รู่สึก กร่อย จืด ถึง ขั้นขัดเคือง เป็นธรรมดา

17.6.15

มังกรหยก 2

อินทรีจ้าวยุทธจักร


มังกรหยก ภาค 2 หรือ การกลับมาของวีรบุรุษยิงอินทรี อันที่จริง ชื่อจีนมีอีกชื่อหนึ่งคือ อินทรียักษ์กับสหาย สมัยก่อนใช้ชื่อเรื่องว่า ลูกมังกรหยก

กิมย้ง ลงพิมพ์เรื่องนี้ เป็นตอนๆ ใน หนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ของ ฮ่องกง ระหว่าง 20 พฤษภาคม 2502 และ 5 กรกฎาคม 2504 เรื่องนี้เขียนถึง การผจญภัย ของตัวละคร ชื่อ เอี้ยก้วย และ อาจารย์คนรัก เซียวเล้งนึ่ง ฉากหลังของเรื่องคือ บู๊ลิ้ม (Wulin) หรือ ที่รู้จักดีกว่าในหมู่คนจีนดีกว่าว่า กังโอ๊ว (Jianghu) หมายถึงโลกสมมุติที่เป็นชุมนุมนักสู้ จำลอง พิศนาคะ กับ ว. ณ เมืองลุง เรียกขาน กังโอ๊ว ในภาคภาษาไทยว่า วงการนักเลง และ ในสมัยนั้น ความรักระหว่าง อาาจารย์กับศิษย์ป็น เรื่องต้องห้าม

กิมย้ง ปรับปรุงนวนิยายเรื่องนี้ ถึงสามครั้ง ในปี 2513 และอีกครั้ง ในปี 2547 มีถึง 40 บทที่มีการแก้ไข

เรื่องนี้  แปลเป็นไทยครั้งแรกโดย จำลอง พิศนาคะ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ (ศิริอักษร) เมื่อปี พ.ศ. 2502 มีจำนวน 44 เล่มจบ

จำลอง พิศนาคะ เขียน มังกรหยกภาคแรก เล่ม 1-32 และ ต่อ ด้วย มังกรหยก ภาค 2 เป็นเล่ม 33-73 โดยไม่ตั้งต้นนับเป็นเล่ม 1 ใหม่

ว. ณ เมืองลุง แปลเรื่องนี้ เรียกว่า อินทรีจ้าวยุทธจักร นอกจากนี้ คนบ้านเพ แปล จอมยุทธอินทรี ตลอดจน เอี้ยก่วยเจ้าอินทรี ของ น. นพรัตน์

ชื่อที่เหมาะกับเรื่องนี้ น่าจะเป็น อินทรีจ้าวยุทธจักร หรือ จอมยุทธอินทรี ไม่ใช่ เอี้ยก่วยเจ้าอินทรี แน่นอน ชื่อเรื่องนิยมเรียกหาที่เด็ดขาดชัดเจนยังไม่มี หนังยังใช้ชื่อ มังกรหยก ภาค 2

มังกรหยก ภาค 2 ปี 2556












15.6.15

จิ้งจอกภูเขาหิมะ

จิ้งจอกเหินแห่งภูเขาหิมะ


จิ้งจอกภูเขาหิมะ หรือชื่อเต็มๆ ว่า จิ้งจอกเหินแห่งภูเขาหิมะ (Fox Volant of the Snowy Mountain) เป็นนิยายกำลังภายในเรื่องที่ 4 โดย กิมย้ง (หลุยส์ ชะอำ) ลงพิมพ์เป็นตอนๆ ครั้งแรก ในฮ่องกง ในหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ฉบับปฐมฤกษ์ วันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ 2502 และจบเอาในฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2502

นวนิยายเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในนิยายขนาดสั้นของ กิมย้ง มีเพียง 10 บท โดยไม่มีชื่อบทเหมือนเรื่องก่อนๆ จิ้งจอกภูเขาหิมะ เล่าถีง การคลี่คลายคดีการตายขององค์รักษ์สามคนของเจ้าช่วงอ๋อง อันได้แก่ แม่ทัพเมี้ยว ฮ่วม และฉั้ง ในอีกหลายช่วงอายุคนให้หลัง มีเหตุการณ์ ชักนำ ให้ทายาท ผู้เกี่ยวข้องมาพบกันในที่แห่งหนึ่ง จากสามเรื่องเล่าของคนสามคน ถึงสาเหตุการตายที่ไม่เหมือนกัน คดีจะคลี่คลาย พบสาเหตุที่แท้จริงได้หรือไม่ ต้องไปอ่านเองจึงจะรู้คำตอบ แต่ ผลงานของ ปรมาจารย์กิมย้ง ไม่ได้มีพล็อตเดียวเหมือนนิยายกำลังภายในอันดาษดื่น อื่นๆ หากมีหลายพล็อตเข้ามาทักทอจนเป็นความสนุกเร้าใจ

ตัวเอก โอ้วฮุย เป็น ตัวละครที่ กิมย้ง น. นพรัตน์ และ กระผม ชื่นชอบมากที่สุด สำหรับตัวกระผม สาเหตุชื่นชอบไม่ได้มาจากเรื่องนี้ หากมาจาก พฤติกรรมตอนหนุ่ม ของ โอ้วฮุย ใน จิ้งจอกอหังการ์ เรื่องที่ ของ 6 กิมย้ง

นิยายเรื่องนี้ ปรากฎเป็นภาษาไทยครั้งแรกในปี 2503 หนึ่งปีหลังจากฮ่องกง โดย สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ และ แปลโดย ประยูร พิศนาคะ กับ จำลอง พิศนาคะ ในชื่อ จิ้งจอกเหิน และไม่มีการพิมพ์อีกเป็นครั้งสอง

ต่อมาอีกเกือบ 20 ปี ในปี 2522 น. นพรัตน์ จับมาแปล มีชื่อว่า จิ้งจอกภูเขาหิมะ

เรื่องนี้เล่าถึง ชตากรรมของ โอ้วฮุย ขอบเขตของเรื้องกว้างกว่าที่เห็นในเล่มเดียวจบ เริ่มต้นตั้งแต่บรรพชนรุ่นปู่ของพ่อของตัวเอกโอ้วฮุย ถ้ากิมย้งไม่ ย่นย่อเรื่องราวของบรรพชนด้วยการเล่าเรื่องผ่านปากตัวละคร ความยาวอาจถึงสองหรือสามเล่ม และ ถ้ารวมกับ จิ้งจอกอหังการ์ เป็นเรื่องเดียวกัน อาจได้ นิยายขนาดใหญ่ได้เรื่องหนึ่ง

โศกนาฏกรรม ที่อยู่ในเรื่อง มี ไปทั่ว นับว่ารันทด ไม่น้อย เรื่องราวที่สุขสมกลับมีน้อยยิ่ง

ชมภาพยนต์เรื่องนี้ ได้ทาง ยูทูบ ครับ https://www.youtube.com/watch?v=16CVVXTtV6s

เรื่องราวของสองจอมยุทธผู้ยิ่งใหญ่ หูอี้เตา กับ พระหน้าทอง เมี่ยวเหยินฟ่ง ศัตรูคู่แค้นแต่ครั้งบรรพชน ที่ควรกลับกลายเป็นมิตร การต่อสู้ห้าวันระหว่างสองจอมยุทธในหนัง ทำได้ โอฬารตระการตา เกินหน้าเกินตา กว่าที่กิมย้งเขียนไว้เสียอีก และ เพลง เพราะ อ้างว้าง

ตัวละครสำคัญ
จีนแต้จิ๋ว  - จีนกลาง
โอ้วเจ่กตอ - หูอี้เตา
พุทธหน้าทอง เมี้ยวนั้งหงส์ - พระหน้าทอง เมี่ยวเหยินฟ่ง
โอ้วฮุย - หูเฟย เฟยที่แปลว่า วินิจฉัยความผิดถูก หมายถึง รู้ผิดในอดีต สำนึกตัวในวันนี้
ฉั้งกุยล้ง - เถียนกุยหนง

14.6.15

มังกรหยก

ตำนานวีรบุรุษยิงอินทรี


มังกรหยก หรือ ตำนานวีรบุรุษยิงอินทรี เป็นนิยาย กำลังภายในเรื่องที่สาม โดย กิมย้ง (หลุยส์ ชา) ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นตอนๆ ใน หนังสือพิมพ์ฮ่องกง ฮ่องกงพาณิชย์รายวัน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2500 ถึง 31 พฤษภาคม 2502 แปลเป็นภาษาไทย ครั้งแรก ในปี 2502 โดย จำลอง พิศนาคะ ในชื่อ มังกรหยก ต่อมา ปี 2537 น. นพรัตน์ ฉวยมาแปลบ้าง ใช้ชื่อ เพ็กฮวยเกี่ยม แต่ก่อนหน้าที่ น. นพรัตน์ จะนำมาแปล ราว ปี 2512 ว. ณ เมืองลุง นำมาแปล ใชื่ชื่อ มังกรจ้าวยุทธจักร นอกจากนั้น คนบ้านเพ แปลออกมาด้วย ใช้ชื่อ จอมยุทธมังกรหยก ภาค 1 วีรชนพิชิตมาร

ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ที่แปลโดย จำลอง พิศนาคะ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ (ศิริอักษร) เมื่อปี พ.ศ. 2502 มีจำนวน 32 เล่มจบ เป็นเล่มบาง หนา 96 หน้า หรือ 16 หน้ายก ปกเป็นภาพวาดเหตุการณ์ตามเรื่องในเล่มโดยจิตรกรในสมัยนั้น ไม่คนวาดต้องอ่านเรื่องแล้วเลือกเอาฉากเด่นในเล่มมาวาดเป็นปก ก็ผู้แปลเป็นคนบอก ว่าวาดตอนนี้ ฉากนี้
เรื่องนี้สร้างปรากฎการณ์กำลังภายในฟีเวอร์ทั้งเอเซีย ที่ประเทศไทย จำลอง พิศนาคะ เล่าว่า คนอ่านนิยายเรื่องนี้ติดกันงอมแงม ขนาดไปที่เข้าแถวโรงพิมพ์เพื่อเฝ้ารอซื้อเล่มที่เพิ่งจะพิมพ์เสร็จ

มังกรหยกวรรณกรรมจีนที่มีบทบาทและอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมไทยเรา เห็นจะไม่มีประเภทใดได้รับความนิยมสูงส่งเท่า เรื่องจีนกำลังภายใน นับมาตั้งแต่สมัย สามก๊ก ที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ท่านอุตสาหะพยายามถ่ายทอดเรื่องราวจากจีนมาเป็นไทยจนกลายเป็นวรรณคดีอมตะนั่น ยังไม่มีเรื่องจีนเรื่องใดอีกเลยที่ผูกมัดหัวใจคนไทยได้ฉกาจฉกรรจ์ จนกระทั่งมาถึงยุคกำลังภายใน ก็เช่นกัน ไม่มีนิยายจีนกำลังภายในเรื่องใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่า มังกรหยก

ทำไมถึงตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า มังกรหยก ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับมังกรเลย ก็ยังไม่มีผู้ใดทราบได้แต่เดากันต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เจนภพ จบกระบวนวรรณได้สัมภาษณ์ จำลอง พศนาคะ นักแปลรุ่นบุกเบิก ผู้แปล มังกรหยก ผู้ตั้งชื่อ มังกรหยก ผู้บัญญัติศัพท์คำว่า “กำลังภายใน” ตอนหนึ่ง ถาม จำลอง ว่าทำไมถึงมาแปลเริ่องมังกรหยก

“มังกรหยกเป็นนิยายจีนกำลังภายในเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดครับ และ เป็นเรื่องที่มีความยาวที่สุดด้วย มากกว่านิยายทั้งที่เขียนเองหรือแปลมาทุก ๆ เล่มในวงการหนังสือเมืองไทย มังกรหยก เป็นบทประพันธ์ของกิมย้ง เขาเป็นกรรมการแห่งสมาคมพุทธศาสนิกชนสัมพันธ์ในฮ่องกง มีอายุอ่อนกว่าผม แค่ 3 ปี เท่าที่ผมแปลเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าคนคนนี้มีความรู้ในเรื่อง พุทธศาสนามาก และเรื่องมังกรหยกนี้ก็สอดแทรกปรัชญาทางพุทธศาสนาทั้งเล่ม คำพูดที่เราเขียนออกมานี่ ถ้าคนไม่เคยรู้เคยปฏิบัติทางพุทธมาก่อนจะทำไม่ได้ พูดไม่ได้ เรียนไม่ได้ และผมเองก็ไม่ชอบการลอกเอาคัมภีร์มาลงทั้งดุ้นด้วย ก็เพราะมังกรหยกนี่ล่ะครับ ทุกคนถึงกลัวผม ใครจะด่าหรือตั้งหน้าทำลายยังงัยผมก็ไม่ตาย ผมยังมีทีเด็ดอีกเยอะ มังกรหยก ภาค 4 ภาค 5 และ ภาคพิเศษ ก็มีอีก”

ถาวร สิกโกศล (ใน สกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก) ได้กล่าวถึงเรื่อง ชื่อ มังกรหยก ที่ ท่านจำลอง พิศนาคะ เป็นผู้ตั้งชื่อไว้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อเรื่อง แต่ฟังดูแล้วเข้าที เลยใช้กันเรื่อยมา

ที่น่าจะเดาใจท่านจำลอง ได้ว่าทำไม่ตั้งชื่อเรื่องนี้ว่ามังกรหยก คือจากคำพูดของท่าน “มังกรหยกเป็นนิยายจีนกำลังภายในเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดครับ” คนจีน ถือว่า “มังกร” เป็นสัญญลักษณ์ของประเทศ บวกกับคำว่า “หยก” เรียกว่า ที่สุดกับที่สุดมารวมกัน เท่ากับเป็นการให้เกียรติสูงสุด

ว.ณ. เมืองลุง ได้กล่าวถึงมังกรหยกไว้ดังนี้

“ความยิ่งใหญ่ของมังกรหยก ทำให้นักเขียนจนๆ รายหนึ่งกลายเป็นเศรษฐี เพราะสำนักพิมพ์ต่างๆ แย่งกันซื้อด้วยการประมูลราคา พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก รับค่าลิขสิทธิ์ปรีดิ์เปรมไปเลย

เมื่อเขียนจบภาค 1 นี้แล้ว ยังรวบรวมสมัครพรรคพวกออกหนังสือพิมพ์รายวันหมิงเป้า จากนั้นเขียนมังกรหยกภาคสอง เลี้ยงหนังสือพิมพ์นานถึง 3 ปี จนกลายเป็นหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่สุดฉบับหนึ่งของฮ่องกง ภายหลังงานหนังสือพิมพ์ยุ่งมาก จนทำให้กิมย้งไม่มีเวลาเขียนหนังสืออีก และยุติการเขียนในปี พ.ศ. 2514 รวมผลงานทั้งสิ้น 15 เรื่องเท่านั้น”


ก๊วยเจ๋ง กับ อึ้งย้ง ในยุคแรก แสดงโดย ไป่เปียว และ หมีเซียะ ่เป็นภาพยนต์ ของ CTV ในปี 2519 นับว่า หน้าตาผู้แสดงตรงตามหนังสือมากสุด หน้าตาน่ารักฉลาดๆ ของอึ้งย้ง กับหน้าตาเซื่องซึม คิ้วหนา ของ ก๊วยเจ๋ง ดาราผู้แสดง ทุกเวอร์ชัน ดูได้ที่ http://www.neutron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=9827&Itemid=17

มังกรหยก ภาค 1 ปี 2546 (2003) นำแสดงโดย หลี่ยาเผิง โจวซวิ่น มีทั้งหมด 14 ตอน ดูได้ที่ยูทูบ ว่ากันว่า ดีที่สุด สร้างยึดตามนิยาย  https://www.youtube.com/watch?v=PtjwprmoAKA ตอนหนึ่งมีความยาว 2 ชม. 9 นาที โดยประมาณ



ชวนชม หนังล้อเลียน (Parody) มังกรหยก ชื่อภาษาไทย มังกรหยก หยกก๊าหว่า ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Eagle Shooting Heroes หนังปี 1993 เป็นหนังที่เอาตัวละครในดวงใจของคนอ่านมังกรหยก อันได้แก่ “อั้งฉิกกง” “อาวเอี้ยงฮง” “อึ้งเอี๊ยะซือ” “เฮ้งเตงเอี้ยง” “ต้วนตี่เฮง” และ “จิวแปะถง” มาออกโรง

เรื่องราวของหนังเริ่มต้นจากเหตุร้ายในในราชสำนักธรรมจักรทอง หรือ กิม เมื่อ พระมเหสี ร่วมมือกับชายชู้ อาวเอี้ยงฮง โค่นล้มราชบังลังฮ่องเต้ แต่เป้าหมายสำคัญของทั้งสองหาใช่ตำแหน่งฮ่องเต้เมืองกิมไม่ แต่เป็นความลับของคัมภีร์นพเก้าต่างหาก ก็เลยทำให้เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายต้องรวมตัวกันขัดขวาง

เหตุร้ายที่เกิดขึ้นทำให้ องค์หญิงคนสวย ต้องจับมือกับยอดฝีมือจากตงหงวน ทั้งจอมยุทธ์หนุ่ม อึ้งเอี๊ยะซือ กับศิษย์น้อง เจ้าสำนักกระยาจกคนใหม่ อั้งฉิกกง รวมถึงราชนิกูลหนุ่มแห่งเมืองต้าลี่ ต้วนตี่เฮง ในการตามหาคัมภีร์สุดยอดวิทยายุทธ์ที่ถูกซ้อนเอาไว้ และยับยั้งแผนการร้ายของ อาวเอี้ยงฮง ให้ได้

“อึ้งเอียะซือ” สวมบทบาทโดยยอดศิลปินผู้ล่วงลับ “เลสลี่ จาง”

“ต้วนตี่เฮง” หรือ “อิดเต็งไต้ซือ” รับบทโดบ “เหลียงเจียฮุย” นักแสดงเจ้าบทบาทที่ขยันรับเล่นบทตลกบ้า ๆ บอ ๆ

อาวเอี้ยงฮง รับบทโดย เหลียงเฉาเหว่ย

องค์หญิงคนสวย - หลินชิงเสีย

ศิษย์น้อง อึ้งเอี๊ยะซือ - หวังจู่เสียน

อั้งชิดกง - จางเซี๊ยะโหย่ว

จิวแปะทง - หลิวเจียหลิง

เฮ่งเต้งเอี้ยง - เคนนี่ บี

พระมเหสี - เวโรนิกา ยิป



เพ็กฮวยเกี่ยม

กระบี่เลือดเขียว


เพ็กฮวยเกี่ยม หรือ กระบี่เลือดเขียว เป็นนิยาย กำลังภายในเรื่องที่สอง โดย กิมย้ง (หลุยส์ ชา) ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นตอนๆใน หนังสือพิมพ์ฮ่องกง ฮ่องกงพาณิชย์รายวัน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2499 ถึง 31 ธันวาคม 2499 แปลเป็นภาษาไทย ครั้งแรก ในปี 2502 โดย จำลอง พิศนาคะ ใช้นามแฝงว่า อังคนา ในชื่อ ดาบประกาศิต พิมพ์ตอนหลังปี 2516 เปลี่ยนชื่อเป็น เพ็กฮวยเกี่ยม และชื่อคนแปลเป็น จำลอง พิศนาคะ ต่อมา ปี 2522 น. นพรัตน์ คว้ามาแปลบ้าง ใช้ชื่อ เพ็กฮวยเกี่ยม เหมือนกัน พิมพ์โดย สำนักพิมพ์ บรรณกิจ และ สำนวนแปล ของ น. นพรัตน์ มีการพิมพ์ ตามมาสามครั้ง ถึงปัจจุบันยังไม่มีพิมพ์ใหม่ออกมา ส่วนสำนวนแปลของ จำลอง พิศนาคะ มีการพิมพ์ออกมาอีกสองสามครั้ง และ หยุดจำหน่ายไปชั่วคราว เนื่อง ปัญหาลิขสิทธิ์ที่ยังไม่ยุติ

จอมใจจอมยุทธ์

อักษรกระบี่ บุญคุณและความแค้น


จอมใจจอมยุทธ์ หรือ อักษรกระบี่ บุญคุณและความแค้น (จือเกี่ยมอึงชิ้วลก)  เป็นงานเขียนเรื่องแรกของกิมย้ง พิมพ์ครั้งแรกโดย ลงเป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์ฮ่องกง ชื่อนิวอีฟนิงโพสต์ใหม่ ตั้งแค่ 8 กุมภาพันธ์ 2498 ถึง 5 กันยายน 2499  ต่อมา 4 ปี เพลินจิตต์นำมาแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรก โดยผู้แปลคือ ประยูร พิศนาคะ ให้ชื่อว่า กระบี่อั้งฮวย ในปี 2503 และ น. นพรัตน์ จับมาแปล ในปี 2522 ในชื่อ จอมใจจอมยุทธ์ ค่อนข้างแปลจว่า ผลงานระดับมาสเตอร์ ทิ้งช่วงห่าง 19 ปี จึงได้นำมาพิมพ์อีกครั้ง โดยแปลใหม่  

พล็อต สมาคมดอกไม้แดงเป็นสมาคมลับ มีเป้าหมาย โค่นล้ม ราชวงศ์ชิง แห่งแมนจูเรีย เพื่อกู้ ราชบัลลังก์กลับคืนให้ราวงศ์วงศ์หมิง ของชาวจีนฮั่น สมาคมดอกไม้แดงนำโดย 15 ผู้นำ โดย เฉินเจียโล่ หรือ ตั้งแกลก เป็นหัวหน้าใหญ่ ครึ่งแรก เป็นเรื่องของคนสมาคมหาทางช่วยเหลือ หัวหน้าคนที่สี่ ให้รอดจากการประหาร เพราะเขารู้ความลับบางอย่างที่จักรพรรดิ์เคี่ยนหลงต้องการปกปิด ครึ่งหลัง เป็นเรื่องของ ตั้งแกลก กับ โฉมสคราญ หยาดฟ้ามาดิน ล่มกองทัพ ฟาติลี เฮียงเฮียงกงจู๊เจ้าหญฺิงเผ่าอิสลาม และจักรพรรดิ์เคี่ยนหลงนั้บลุ่มหลงเฮียงเฮียงกงจู๊แม้เพียงเห็นแค่รูปวาด ตั้งแกลกจะเลือกชาติประชาชน หรือ คนรัก ทำไมเขาต้องเลือก...

กิมย้ง ได้กล่าวถึง เรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ ถ่ายทอดโดย น. นพรัตน์ ไว้ในคำตามท้ายเรื่องว่า… 

จือเกี่ยมอึงชิ้วลก (จอมใจจอมยุทธ์ น. นพรัตน์) เป็นยุทธจักรนิยายเรื่องแรกของข้าพเจ้า เขียนเมื่อ ค.ศ. 1955
ข้าพเจ้าเป็นชาว เมืองไฮ้เล้ง มณฑลจิกัง ระหว่างอยู่ที่บ้านเกิด ก็ได้ยินตำนาน เรื่องราวของเคี่ยงล้งฮ่องเต้ ระหว่างการฝึกวิชาลูกเสือ เคยตั้งค่ายพักแรมที่ริมเขื่อน ซึ่ง เคี่ยงล้งฮ่องเต้ (เฉียนหลงฮ่องเต้) ทรงสร้างขึ้น ยามค่ำคืนมองดูระลอกคลื่นหนุนโถมมา ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่นำเอาตำนานเรื่องราวที่ประทับใจที่สุด มาเขียนในยุทธจักรนิยายเรื่องแรก แต่ตั้งแกลก เป็นตัวละครที่ข้าพเจ้าปั้นแต่งขึ้น เฮียงเฮียงกงจู้ (เซียงเซียงกงจู่) ก็ไม่มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์ เคี่ยงล้งฮ่องเต้ มีพระสนมองค์หนึ่ง มีนามว่า เฮียงฮุย (เซียงเฟย – พระสนมหอม) เฮียงเฮียงกงจู้ ย่อมงดงามกว่า เฮียงฮุย มากนัก

ในสมัย ราชวงศ์เช็ง (เป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน ปกครองโดยชาวแมนจู) เมืองไฮ้เล้ง อยู่ในการปกครองของนครฮั่งจิว เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเล และเป็นสถานที่ซึ่งมีคลื่นทะเลหนุนจนเลื่องลือ บุคคลมีชื่อเสียงในยุคหลัง เช่น เฮ้งก๊กยุ่ย (1) เจี่ยแป๊ะลี้ (2) ฉื่อจี่ม่อ (3) ล้วนป็นชาวไฮ้เล้ง ในนิสัยใจคอของพวกท่านเหล่านั้น ล้วนแฝงสีสรรอันหมองหม่นและความเศร้าสร้อย ทั้งดื้อดึงยืนกรานอยู่หลายส่วน ตั้งแกลกอาจมีเงาของพวกท่านเหล่านี้อยู่บ้าง

จากการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์ เม่งซิม ลงความเห็นว่า คำเล่าลือที่ว่า เคี่ยงล้งฮ่องเต้ ทรงสืบเชื้อสายของตระกูลตั้งเมืองไฮ้เล้ง ไม่ควรแก่การเชื่อถือ ที่ว่า พระสนมเฮียงฮุย ถูกฮองไทเฮาทำร้ายถึงแก่สิ้นพระชนม์ ก็ไม่เป็นความจริง นักประวัติศาสตร์ย่อมไม่ชมชอบต่อคำเล่าลือที่ขาดหลักฐาน แต่ผู้เขียนนวนิยายชมชอบเป็นพิเศษ

เคี่ยงล้งฮ่องเต้ ทรงสร้างเขื่อนที่เมืองไฮ้เล้ง ด้วยพระอุตสาหะวิริยะ จวบจนสำเร็จลุล่วง นับว่าเอื้ออำนวยประโยชน์ต่ออาณาประชาราษฎร์ ข้าพเจ้าแต่งเติมบทบาทของพระองค์เกินไป บางครั้งรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง บทกลอนพระราชนิพนธ์ของพระองค์แต่งได้ไม่ดีนัก ความจริง ไม่มีความสำคัญเท่าใด เพียงแต่ข้าพเจ้าเมื่อวัยเด็ก เห็นหลักศิลาจารึกบทกลอนพระราชนิพนธ์ของพระองค์อยู่ทั่วเมืองไฮ้เล้ง และนครฮั่งจิว จึงบังเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบขึ้นในใจ

นอกจากวัยเด็กที่หัดคัดลายมือแล้ว ข้าพเจ้าไม่เคยหัดประดิษฐ์อักษรมาก่อน ชื่อเรื่อง และนามปากกาที่เขียนบนหน้าปกไม่ควรแก่การพิจารณา ของนักเขียนลายพู่กัน

เรื่องนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกทางหน้าหนังสือพิมพ์ หลังจากนั้นจัดพิมพ์รวมเล่มขึ้น บัดนี้แก้ไขปรับปรุง ตัดทอนตรวจตราแล้วจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ แทบทุกประโยคล้วนผ่านการแก้ไข บางครั้งระหว่างที่ตรวจบรู๊ฟ เป็นคำรบสาม ยังแก้ไขจนเลอะเทอะวุ่นวาย

สำหรับ ตั้งแกลก, บ้อติ้งเต้าเจี้ยง, เตี่ยปั่วซัว เหล่าจอมยุทธพรรคดอกไม้แดง ตลอดจนฮกคังอัน ยังมีบทบาทปรากฏอยู่ในเรื่อง จิ้งจอกอหังการ ด้วย
——————————————————————————–
(1) เฮ้งก๊กยุ่ย (ชาตะ ค.ศ.1877 มรณะ ค.ศ.1927) เป็นบัณฑิตสมัยราชวงศ์แมนจู ศึกษาวิชาปรัชญาและวรรณกรรม กระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายที่พระราชวังอี้เหอหยวนกรุงปักกิ่ง
(2) เจี่ยแป๊ะลี้ (ชาตะ ค.ศ.1882 มรณะ ค.ศ.1938) เป็นชายชาติทหารผู้รักชาติ เมื่อครั้งเกิดสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่นได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อขอ ความสนับสนุน
(3) ฉื่อจี่ม่อ (ชาตะ ค.ศ.1896 มรณะ ค.ศ.1931) เป็นนักกวีนามอุโฆษ เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียสหรัฐอเมริกา กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ มีผลงานทั้งบทกวี นวนิยาย และความเรียงปกิณกะมากมาย

นิยายเรื่องนี้ทำให้กิมย้ง ติดอันดับในยุทธจักรนิยายวรยุทธทันที เป็นพื้นฐานความสำเร็จในเรื่องต่อ ๆ ไป แต่มีข้อด้อยที่ตัวละครเอกไม่เด่น ความเด่นกลับไปตกอยู่กับหัวหน้าหน่วยพรรค ดอกไม้แดงทั้งหมด 14 คน ซึ่งมี ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว)ตัวเอกของเรื่อง เป็นหัวหน้าใหญ่ แม้ผู้แต่งจะพยายยามเน้นให้ประมุขพรรค คือ ตั้งแกลก เด่นกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ไม่ถึงกับประทับใจผู้อ่านมากนัก แต่กระนั้นก็ยังจัดเป็นวรรณกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

นอกจากภาษาที่สละสลวย พร้อมทั้งมีเกร็ดประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์ชิง ที่เป็นเรื่องเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับ ตำนานของเฉียนหลงฮ่องเต้ที่ว่ามีสายเลือดของชาวฮั่น อีกทั้งเรื่องราวของพระเทวีหอม เซียงเฟย พระสนมคนหนึ่งของเฉียนหลงฮ่องเต้ ด้วยฉากรักอันวาบหวามรัญจวนของ เฮียงเฮียงกงจู้กับตั้งแกลกที่ริมน้ำ ด้วยฉากสะเทือนใจที่ตั้งแกลก กล่อมใจ คนรักเฮียงเฮียงกงจู้ให้ยอมเป็นสนมของเฉียนหลงฮ่องเต้ ด้วยฉากเศร้าที่เฮียงเฮียงกงจู้ต้องฆ่าตัวตายเพื่อแจ้งเหตุให้แก่คนรัก ล้วนแล้วแต่ทำให้ จอมใจจอมยุทธ์เป็น ยุทธจักรนิยายที่น่าอ่านเรื่องหนึ่ง

ใน คำตาม ที่ กิมย้งเขียนไว้ตอนท้ายของเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ ซึ่ง น.นพรัตน์ แปลไว้ มีข้อความตอนหนึ่ง ที่กล่าวถึง เฮียงเฮียงกงจู้ (เซียงเซียงกงจู่ – องค์หญิงหอม) ว่า
“เฮียงเฮียงกงจู้ ก็ไม่มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์ เคี่ยงล้ง (เฉียนหลง) มีพระสนมองค์หนึ่ง นาม เฮียงฮุย (เซียงเฟย) เฮียงเฮียงกงจู้ ย่อมงามกว่า เฮียงฮุยมากนัก…ที่ว่าพระสนม เฮียงฮุย ถูกฮองไทเฮาทำร้ายถึงแก่ชีวิต ก็ไม่เป็นความจริง นักประวัติศาสตร์ย่อมไม่ชมชอบต่อคำเล่าลือที่ขาดหลักฐาน แต่ผู้เขียนนิยายชมชอบเป็นพิเศษ”


เมื่อปี 2530 ไมเคิล แจ็คสัน เดินทางไปฮ่องกง และไปที่กองถ่าย จอมใจจอมยุทธ์ เลยถูกจับแต่งตัวเป็นจักรพรรดิ เคี่ยนหลง ถ่ายรูปกับ บาบาร่า ย้ง หรือ องเหม่ยหลิง ที่เล่นเป็น เฮียงเฮียงกงจู้

กิมย้ง ทองแท้

กิมย้ง อัจฉริยะนักเขียน ประวัติฉบับกระทัดรัด


กิมย้ง หรือ จินหยง เกิดเมื่อ 10 มีนาคม 2467 (1924) มีชื่อจริงว่า จา เลี้ยงย้ง เป็นนักเขียนนิยายวรยุทธ (wuxia) หรือ นิยายกำลังภายใน ที่มีฝีมือการประพันธ์ระดับปรมาจารย์ ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะที่ ฮ่องกง, จีน, ไต้หวัน, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ สหรัฐอเมริกา ผลงานของเขา 15 เรื่อง เขียนระหว่าง ปี 2498 ถึง ปี 2515 ยาวนานถึง 17 ปี หลังจากหยุดเขียน กิมย้งใช้เวลาอีก 10 ปีแก้ไขเพิ่มผลงานของเขา สร้างชื่อให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในที่ดีที่สุดที่เคยมีมา ปัจจุบันผลงานของกิมย้งขายได้กว่า 100 ล้านเล่ม (ไม่รวมถึงการลักลอบพิมพ์งานของกิมย้งอีกไม่ทราบจำนวน)

การศึกษา กิมย้งเรียนในภาควิชาภาษาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยการเมืองแห่งรัฐบาลกลาง แต่ไม่จบ  สอบเข้าใหม่ และได้รับให้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยตงอู๋แห่งเซี่ยงไฮ้ เรียนวิชากฎหมายระหว่างประเทศ โดยหวังว่าจะได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ในชีวิตของเขา กิมย้ง แต่งงานสามครั้ง หย่าสองครั้ง และ มีลูกชายสองคน และ ลูกสาวสองคน จากการแต่งงานครั้งที่สอง

ในปี 2490 กิมย้ง เข้าทำงานป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ ปีต่อมาเกิมย้งได้ย้ายมา ฮ่องกง ทำในตำแหน่งบรรณาธิการตรวจต้นฉบับ นับตั้งแต่นั้นกิมย้งอาศัยอยู่ในฮ่องกงมาตลอด เมื่อกิมย้งย้ายไปทำงานกัยซินวังเป่า ในตำแหน่งรองบรรณาธิการ เขาได้พบกับ เฉิน วันตง ที่ในปี 2496 เฉิน วันตง
เขียน นวนิยายกำลังภายในเรื่องแรก ในนาม "เนี่ย อูเซ็ง" เฉิน และ กิมย้ง กลายเป็นเพื่อนที่ดี และก็อาจเป็นเพราะอิทธิพลของเฉิน ที่ กิมย้ง เริ่มเขียน นวนิยายการต่อสู้ เรื่องแรก จอมใจจอมยุทธ์ ใน ปี 2498 ต่อมาอีกสองปี กิมย้งลาออกจากงานหนังสือพิมพ์ เข้าทำงานภาพยนตร์เป็น ผู้กำกับฉาก และ นักเขียนบท ที่ วิสาหกิจภาพยนตร์กำแพงยักษ์ และ บริษัท ฟีนิกซ์ ฟิล์ม และยังคงเขียนนิยายกำลังภายในต่อเนื่อง

ในปี 2502 หลังจากเขียนมังกรหยก (ภาคแรก) จบ และ ประสพความสำเร็จ ยอดขายถึงขั้นที่เรียกว่า ถล่มทลาย กลายเป็นเศรษฐี  กิมย้งกับเพื่อนโรงเรียนมัธยม เช็ง เป่าซิน ก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ หมิงเป้า กิมย้งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าบรรณาธิการ อยู่หลายปี ทำทั้งหน้าที่บรรณาธิการ และนักเขียน เขียนนิยายกำลังภายในเลี้ยงหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง 10,000 ตัวอักษรต่อวัน นิยาย ของเขาได้รับการต้อนรับจากผู้อ่านจำนวนมหาศาล กิมย้งจบนิยายกำลังภายในเรื่องสุดสุดท้ายในปี 2515 หลังจากที่เขาเกษียณจากการเขียนอย่างเป็นทางการ กิมย้งใช้เวลาที่เหลือของทศวรรษที่ผ่านมา แก้ไข และทบทวนวรรณกรรมทุกเรื่องของเขา ฉบับสมบูรณ์ครั้งแรก เสร็จในปี 2522

ถึงตอนนั้น นิยายกำลังภายใน ของกิมย้ง ได้รับ ความนิยมอย่างมาก นิยาย ของเขาถูกดัดแปลงเป็น การ์ตูน ภาพยนตร์ ซีรีส์โทรทัศน์ และละครวิทยุใน ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน ตัวละครสำคัญในนิยายเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

ในปี 2536 ท่านกิมย้ง สิริอายุได้ 69 ปี ได้เกษียณตัวเองจากงานหนังสือพิมพ์ทุกอย่างอย่างสิ้นเชิง โดยขายหุ้นของเขาทั้งหมดในหมิงเป้า (ปีนี้ 2558 ท่านกิมย้ง อายุ 91 ปี)

ระหว่างปี 2542 ถึง 2549 กิมย้งยังได้ปรับปรุงแก้ไขนิยายของเขา เป็นครั้งที่สอง (อาจเป็นครั้งสุดท้าย)

ผลงานของกิมย้ง จำนวน 15 เรื่อง โดยทั้งหมดล้วนเป็นนิยายกำลังภายใน เป็นนิยาย  15  เรื่อง   และ ในจำนวนนี้ มีนิยาย ขนาดสั้น 3 เรื่อง (นางพญาม้าขาว ดาบนกเป็ดน้ำ และ กระบี่นางพญา) ผลงานทั้ง 15  เรื่อง ได้แก่

1. จอมใจจอมยุทธ - 書劍恩仇錄 - Book and Sword: Gratitude and Revenge (2498- 2499)
2. เพ็กฮวยเกี่ยม หรือ เทพบุครงูทอง - 碧血劍 - Sword Stained with Royal Blood (2499)
3. มังกรหยก ภาค 1 - 射雕英雄传 - The Legend of the Condor Heroes (2500)
4. จิ้งจอกภูเขาหิมะ - 雪山飛狐 - Flying Fox of Snowy Mountain (2502)
5. มังกรหยก ภาค 2 - 神雕侠侣 - The Return of the Condor Heroes (2502)
6. จิ้งจอกอหังการ - 飛狐外傳 - The Young Flying Fox (2503)
7. นางพญาม้าขาว - 白馬嘯西風风 - White Horse Neighs in the Western Wind (2504)
8. ดาบนกเป็ดน้ำ - T: 鴛鴦刀 S: 鸳鸯刀 - Blade-dance of the Two Lovers (2504)
9. มังกรหยก ภาค 3 หรือ ดาบมังกรหยก - (倚天屠龍記) Heaven Sword and Dragon Sabre (2504)
10. กระบี่ใจพิสุทธิ์ หรือ หลั่งเลือดมังกร - T: 連城訣 S: 连城诀 - A Deadly Secret (2506)
11. แปดเทพอสูรมังกรฟ้า - 天龙八部 - Semi-Gods and Semi-Devils (2506-2509)
12. มังกรทลายฟ้า - T: 俠客行 S: 侠客行 - Ode to Gallantry (2509-2510)
13. กระบี่เย้ยยุทธจักร หรือ เดชคัมภีร์เทวดา - 笑傲江湖 - The Smiling, Proud Wanderer (2510-2512)
14. กระบี่นางพญา - T: 越女劍 S: 越女剑 - Sword of the Yue Maiden (2513)
15. อุ้ยเสี่ยวป้อ - T: 鹿鼎記 S: 鹿鼎记 - Deer and the Cauldron (2512-2515)

ในจำนวนนี้ เรื่องที่มีความสนุก ครบ มีความกว้างของเนื้อหา การถักโยงของเหตุการณ์ที่เนียน การพัฒนาบุคคลิกของตัวละคร ความสามารถในการเล่าเรื่องให้สนุกและชวนติดตาม และยังแทรกบทตลก มีอารมณ์ขัน คือ เรื่องมังกรหยกไตรภาค กับ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ที่ผมเรียกว่าเป็นซิมโฟนีทางวรรณกรรม เป็น มหากาพย์จริงๆ ไม่ใช่แค่เอาความยาวของนิยายมาวัดแล้วเรียกว่ามหากาพย์ นักเขียนยุคหลังถึงกับตั้งปณิธานว่าจะเขียนเรื่องให้ยาวสุดทุบสถิติ แต่ด้อยอรรถรสทางวรรณกรรม เอ่อ มหากากนะไม่ว่า

เรื่องความยาวขนาดกลาง ที่เด่นสุด ได้แก่ กระบี่เย้ยยุทธจักร ชุด จิ้งจอกภูเขาหิมะ (เรื่องนี้กิมย้งเขียนเล่าเหตุการณ์สลับไปมา อาจมองไม่เห็นความต่อเนื่องของเหตุการณ์) และ อุ้ยเสี่ยวป้อ

ขออ้างอิงคำพูด ของ เหง่ยคัง ที่ว่า ไม่ได้อ่านกิมย้ง เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ของ ชีวิต และ ผมยืนยันสนับสนุนคำกล่าวนี้ ไม่ว่าท่านจะอ่านเชคสเปียร์ นิยายรัก หรือ การ์ตูน (เอ่อ คนอ่านการ์ตูน จะพบว่ามีหลายเรื่อง ที่สนุกทีเดียว) เพราะ ก่อนหน้านี้ ไม่เคยมี กิมย้ง และ หลังจากนี้ อีกร้อยปี ไม่แน่นักว่าจะมี

ผลงานของ กิมย้งที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษมีวางจำหน่าย ณ ขณะนี้คือ
จอมใจจอมยุทธ์ The Book and the Sword ตีพิมพ์โดย Oxford University Press แปลโดย Graham Earnshaw แก้ไขโดย Minford and Rachel May
อุ้ยเสี่ยวป้อ The Deer and the Cauldron ตีพิมพ์โดย Oxford University Press แปลโดย John Minford
จิ้งจอกภูเขาหิมะ Fox Volant of the Snowy Mountain ตีพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย จีน แปลโดย Olivia Mok
ทุกเรื่องมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ  อ่านได้ที่   http://wuxiasociety.com/


กิมย้ง ฉลองวันเกิด 91 ปี เมื่อ 10  มีนาคม ที่ผ่านมา

I wish you having good health and longevity!

LONG LIVE LOUIS CHA! 

祝老金庸子健康长寿














กระผมนาย เธน (as in methane เป็น อินทรีย์ ที่ตัวเล็กสุด) ขอรับ